โปรไบโอติกและพรีไบโอติก (Probiotics and Prebiotics)

โปรไบโอติกและพรีไบโอติก (Probiotics and Prebiotics) ปัจจุบันมีการวิจัยเพื่อพัฒนาอาหารที่มีบทบาทไม่ใช่เพียงให้ได้สารอาหารที่เหมาะสมกับวัยเท่านั้น แต่ผลิตอาหารที่มีส่วนประกอบสมบูรณ์ขึ้นเป็นอาหารที่ทำหน้าที่ในการป้องกันโรค กระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ทางเดินอาหารและนอกทางเดินอาหาร ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น ในการนี้นักวิชาการได้หันมาให้ความสนใจกับธรรมชาติแวดล้อมในทางเดินอาหารพบว่า จุลินทรีย์ และอาหารจุลินทรีย์ มีบทบาทดังกล่าว โปรไบโอติกคืออะไร ? คำจำกัดความกำหนดโดย International Life Science Institute 1998 คือ จุลินทรีย์ที่มีชีวิตเมื่อได้รับจำนวนมากพอ จะก่อประโยชน์ที่พิสูจน์ได้ต่อผู้ที่กินและมีเชื้อนี้อยู่ในทางเดินอาหาร จากพฤติกรรมของจุลินทรีย์ในลำไส้สามารถแบ่งจุลินทรีย์ตามพฤติกรรมของมันได้ 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มแรก เป็นกลุ่มก่อโรค ซึ่งปกติมักไม่อยู่ในทางเดินอาหาร แต่ถ้าเข้ามาในทางเดินอาหารมากพอจะก่อโรค กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มฉวยโอกาสก่อการอักเสบ หากมีการเสียดุล เช่นได้ยาปฏิชีวนะทำลายเชื้อดีๆให้ลดลง เชื้อกลุ่มนี้กลายเป็นเชื้อหมู่มากก็จะฉวยโอกาสก่อโรค เชื้อกลุ่มนี้ใช้โปรตีนเป็นอาหาร กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มที่อยู่กลาง ๆ อาจฉวยโอกาสก่อโรค หรือทำหน้าที่ป้องกันได้ กลุ่มนี้ใช้ทั้งแป้งและโปรตีนเป็นอาหาร กลุ่มที่สี่ เป็นกลุ่มที่ทำหน้าที่ปกป้องทางเดินอาหาร ถือว่าเป็นจุลินทรีย์สุขภาพ กลุ่มนี้หมักใยอาหารที่ไม่ย่อยที่ลำไส้ส่วนบน เช่นพวกแป้งย่อยยาก, โอลิโกแซ็กคาไรด์ และ อินูลิน เชื้อกลุ่มที่ 4 นี้เป็นเชื้อที่ทำหน้าที่เป็นอาหารที่ทำหน้าที่ปกป้องทางเดินอาหาร ส่งผลให้สุขภาพภายในทางเดินอาหาร และนอกทางเดินอาหารดี…

ความแตกต่างระหว่าง การลดไขมัน และการลดน้ำหนัก?

ความแตกต่างระหว่าง การลดไขมัน และการลดน้ำหนัก? เพื่อให้เข้าใจความแตกต่าง มาดูกันว่าสัดส่วนร่างกายของเราเป็นอย่างไร ร่างกายเราประกอบด้วย 3 ส่วน โดยส่วนที่สำคัญที่สุด คือ น้ำซึ่งมีอยู่ 60 ถึง 70% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด จากนั้นน้ำหนักมวลกายซึ่งโดยหลักการแล้ว คือ กล้ามเนื้อและกระดูกมี 20 ถึง 30% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด และท้ายที่สุดคือมวลไขมันมีค่า 5 ถึง 30% ของน้ำหนักตัวทั้งหมดขึ้นอยู่กับความอ้วนของคุณ ตอนที่เราลดน้ำหนักส่วนมากแล้วเราลดน้ำ กล้ามเนื้อ และไขมัน ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องดีเพราะเราต้องการน้ำ และชัดเจนเลยว่าเราไม่ต้องการลดกล้ามเนื้อ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงหาหนทางในการลดไขมันโดยไม่ต้องลดกล้ามเนื้อ ลองพิจารณาดูว่าเราสามารถดื่มน้ำได้เสมอ เกิดอะไรขึ้นเมื่อเราทานอาหารเข้าไปในแง่ของพลังงาน? อาหารจะถูกย่อยเป็นอนุภาคสารอาหารซึ่งโดยหลักการแล้ว คือ โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต และในอนุภาคสารอาหารซึ่งได้แก่ วิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุ สารอาหารเหล่านั้นจะเดินทางผ่านด่านลำไส้และเข้าสู่กระแสเลือด คาร์โบไฮเดรตจะไปที่ด่านกักเก็บเล็กด่านแรกในตับและถูกเก็บสะสมไว้ในรูปของไกลโคเจนแต่เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด ทั้งหมดนี้ถูกควบคุมและจัดการโดยฮอร์โมนตรงข้ามกันคู่หนึ่งเรียกว่า อินซูลิน และ กลูคากอน ถ้าหากว่าเราไม่ต้องการใช้พลังงานทันที หรือว่าที่เก็บในตับเต็ม เจ้าตัวคาร์โบไฮเดรตจะถูกแปลงไปเป็นไขมันและตรงไปอยู่ในเซลล์ไขมัน นี่คือวิธีที่เรามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากการกินพาสต้า พิซซ่า…