ผลิตภัณฑ์จากข้าว Jeunesse Vidacell เจอเนสส์ วิด้าเซล คืออะไร

ผลิตภัณฑ์จากข้าว Jeunesse Vidacell เจอเนสส์ วิด้าเซล คืออะไร Vidacell วีด้าเซล ผลิตจากข้าวล้วนๆ ข้าวเท่านั้นไม่มีสิ่งอื่นเจือปน แต่ไม่ใช่ข้าวชนิดใดก็ได้ ข้าวที่ส่วนมากถูกใช้เป็นอาหารให้พลังงานนั้นมีส่วนผสมหลายร้อยชนิดที่ช่วยบำรุงร่างกาย ปัญหาอย่างเดียวคือจะรู้ได้อย่างไรว่าส่วนผสมเหล่านั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรแล้วจะใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันคุณประโยชน์ของส่วนผสมเหล่านั้นอย่างไร แล้วอะไรคือความลับของข้าวสุดพิเศษเหล่านี้? ขั้นตอนแรก คือ คัดเลือกพื้นที่เพาะปลูกข้่าวที่ดีที่สุดในโลก ทุ่งราบสยามแห่งประเทศไทย แหล่งเพาะปลูกพืชออร์กานิกธรรมชาติแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก ดินด่างแห่งท้องทุ่งสยามอุดมด้วยสไปรูลินา สาหร่ายอันอุดมสมบูรณ์ที่ยืนยันความเป็นข้าวออร์กานิกแท้ ขั้นต่อไป คือ คัดเลือกสายพันธุ์ข้าวที่ดี โปรดทราบว่ามีข้าวมากกว่า 3,000 สายพันธุ์ที่เพาะปลูกบนโลก จาก 3,000 สายพันธุ์ทั่วโลก โดยคัดสรรสายพันธุ์พิเศษมาเพียง 3 ชนิด แล้วทำยังไงกับ 3 สายพันธุ์พิเศษนี้? ทำการผสมข้าม 3 สายพันธุ์นี้ โดยวิธีถ่ายเรณูเกสร ความลับก็คือ เราผสมข้ามสายพันธุ์โดยไม่ใช้เทคโนโลยีทางพันธุกรรมและไม่ใช้การดัดแปลงสายพันธุ์ ขั้นตอนต่อไป คือ เลือกส่วนประกอบทรงคุณประโยชน์หนึ่งเดียวจากหลายร้อยส่วนประกอบ คือ ไกลโคโปรตีน ส่วนผสมจากน้ำตาลและโปรตีน สกัดจนได้ ไกลโคโปรตีน จากเมล็ดข้าวต้องใช้ข้าวจากสายพันธุ์ที่คัดสรรแล้ว 100 กก. จึงจะผลิตไกลโคโปรตีนได้ 1…

Details

Reserve กับ Resveratrol เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

Reserve กับ Resveratrol เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร RESERVE (รีเซิร์ฟ) กับ RESVERATROL (เรสเวอราทรอล) ชื่อ 2 ชื่อนี้เกือบจะเหมือนกัน และแน่นอนนั่นคือความตั้งใจ RESERVE เป็นผลิตภัณฑ์ของเจอเนสส์ และ RESVERATROL คือหนึ่งในส่วนผสมหลัก แต่ไม่ใช่แค่ส่วนผสมเดียว อันที่จริงแล้วมันมีส่วนผสมหลักอื่นๆอีกถึง 8 ตัว เช่น เชอรี่ ว่านหางจระเข้ ทับทิม ชาเขียว บลูเบอร์รี่ เมล็ดองุ่น อาซาอิ และน้ำองุ่น ทำไมเราจึงเลือกส่วนผสมจากธรรมชาติเหล่านี้? หลักๆ เลย คือ ส่วนผสมเหล่านี้มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ต่อต้านอนุมูลอิสระ หมายถึง “ต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ” อนุมูลอิสระ คืออะไร? มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนที่เราหั่นแอปเปิ้ลแล้วปล่อยให้เนื้อแอปเปิ้สัมผัสกับอากาศเนื้อแอปเปิ้ลจะกลายเป็นสีน้ำตาล ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า “ปฏิกิริยาอนุมูลอิสระ” เหมือนอย่างเช่น ท่อนเหล็กซึ่งจะกลายเป็นสนิมเมื่อโดนอากาศสิ่งนี้เป็นปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีออกซิเจนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องและออกซิเจนก็มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกส่วนของร่างกายเรา มันจะเกิดปฏิกิริยาอนุมูลอิสระกับทุกอย่างรวมถึง DNA ของเรา ยังโชคดีที่เรามีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งผลิตในร่างกายของเราได้เอง โดยถูกออกแบบมาเพื่อต่อกรกับกระบวนการทำลายล้างของออกซิเจน แต่สารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายมีไม่เพียงพอที่จะดูแลการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระได้หมด นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องใช้สารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มเติมจากอาหารภายนอก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุมูลอิสระที่ได้มาจากผลไม้สีสันสดใส อย่างเช่น…

Details

โปรไบโอติกและพรีไบโอติก (Probiotics and Prebiotics)

โปรไบโอติกและพรีไบโอติก (Probiotics and Prebiotics) ปัจจุบันมีการวิจัยเพื่อพัฒนาอาหารที่มีบทบาทไม่ใช่เพียงให้ได้สารอาหารที่เหมาะสมกับวัยเท่านั้น แต่ผลิตอาหารที่มีส่วนประกอบสมบูรณ์ขึ้นเป็นอาหารที่ทำหน้าที่ในการป้องกันโรค กระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ทางเดินอาหารและนอกทางเดินอาหาร ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น ในการนี้นักวิชาการได้หันมาให้ความสนใจกับธรรมชาติแวดล้อมในทางเดินอาหารพบว่า จุลินทรีย์ และอาหารจุลินทรีย์ มีบทบาทดังกล่าว โปรไบโอติกคืออะไร ? คำจำกัดความกำหนดโดย International Life Science Institute 1998 คือ จุลินทรีย์ที่มีชีวิตเมื่อได้รับจำนวนมากพอ จะก่อประโยชน์ที่พิสูจน์ได้ต่อผู้ที่กินและมีเชื้อนี้อยู่ในทางเดินอาหาร จากพฤติกรรมของจุลินทรีย์ในลำไส้สามารถแบ่งจุลินทรีย์ตามพฤติกรรมของมันได้ 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มแรก เป็นกลุ่มก่อโรค ซึ่งปกติมักไม่อยู่ในทางเดินอาหาร แต่ถ้าเข้ามาในทางเดินอาหารมากพอจะก่อโรค กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มฉวยโอกาสก่อการอักเสบ หากมีการเสียดุล เช่นได้ยาปฏิชีวนะทำลายเชื้อดีๆให้ลดลง เชื้อกลุ่มนี้กลายเป็นเชื้อหมู่มากก็จะฉวยโอกาสก่อโรค เชื้อกลุ่มนี้ใช้โปรตีนเป็นอาหาร กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มที่อยู่กลาง ๆ อาจฉวยโอกาสก่อโรค หรือทำหน้าที่ป้องกันได้ กลุ่มนี้ใช้ทั้งแป้งและโปรตีนเป็นอาหาร กลุ่มที่สี่ เป็นกลุ่มที่ทำหน้าที่ปกป้องทางเดินอาหาร ถือว่าเป็นจุลินทรีย์สุขภาพ กลุ่มนี้หมักใยอาหารที่ไม่ย่อยที่ลำไส้ส่วนบน เช่นพวกแป้งย่อยยาก, โอลิโกแซ็กคาไรด์ และ อินูลิน เชื้อกลุ่มที่ 4 นี้เป็นเชื้อที่ทำหน้าที่เป็นอาหารที่ทำหน้าที่ปกป้องทางเดินอาหาร ส่งผลให้สุขภาพภายในทางเดินอาหาร และนอกทางเดินอาหารดี…

Details

ความแตกต่างระหว่าง การลดไขมัน และการลดน้ำหนัก?

ความแตกต่างระหว่าง การลดไขมัน และการลดน้ำหนัก? เพื่อให้เข้าใจความแตกต่าง มาดูกันว่าสัดส่วนร่างกายของเราเป็นอย่างไร ร่างกายเราประกอบด้วย 3 ส่วน โดยส่วนที่สำคัญที่สุด คือ น้ำซึ่งมีอยู่ 60 ถึง 70% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด จากนั้นน้ำหนักมวลกายซึ่งโดยหลักการแล้ว คือ กล้ามเนื้อและกระดูกมี 20 ถึง 30% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด และท้ายที่สุดคือมวลไขมันมีค่า 5 ถึง 30% ของน้ำหนักตัวทั้งหมดขึ้นอยู่กับความอ้วนของคุณ ตอนที่เราลดน้ำหนักส่วนมากแล้วเราลดน้ำ กล้ามเนื้อ และไขมัน ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องดีเพราะเราต้องการน้ำ และชัดเจนเลยว่าเราไม่ต้องการลดกล้ามเนื้อ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงหาหนทางในการลดไขมันโดยไม่ต้องลดกล้ามเนื้อ ลองพิจารณาดูว่าเราสามารถดื่มน้ำได้เสมอ เกิดอะไรขึ้นเมื่อเราทานอาหารเข้าไปในแง่ของพลังงาน? อาหารจะถูกย่อยเป็นอนุภาคสารอาหารซึ่งโดยหลักการแล้ว คือ โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต และในอนุภาคสารอาหารซึ่งได้แก่ วิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุ สารอาหารเหล่านั้นจะเดินทางผ่านด่านลำไส้และเข้าสู่กระแสเลือด คาร์โบไฮเดรตจะไปที่ด่านกักเก็บเล็กด่านแรกในตับและถูกเก็บสะสมไว้ในรูปของไกลโคเจนแต่เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด ทั้งหมดนี้ถูกควบคุมและจัดการโดยฮอร์โมนตรงข้ามกันคู่หนึ่งเรียกว่า อินซูลิน และ กลูคากอน ถ้าหากว่าเราไม่ต้องการใช้พลังงานทันที หรือว่าที่เก็บในตับเต็ม เจ้าตัวคาร์โบไฮเดรตจะถูกแปลงไปเป็นไขมันและตรงไปอยู่ในเซลล์ไขมัน นี่คือวิธีที่เรามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากการกินพาสต้า พิซซ่า…

Details